วันพุธที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

แบบทดสอบ




จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง



1.แนนสามารถแยกแยะว่าสิ่งใดมีลักษณะใหญ่กว่าหรือเล็กกว่าแนนจัดอยู่ในช่วงใด?
ก. ประถมศึกษา                        
ค.  มัธยมต้น
ข. มัธยมปลาย                          
ง.   อนุบาล

2.ฟาดีละห์ไม่สามารถเรียงสิ่งของจากสิ่งที่ใหญ่กว่าไปถึงสิ่งที่เล็กกว่า ฟาดีละห์จัดอยู่ในช่วงใด
ก. ประถมศึกษา                            
ค.   อนุบาล
ข. ประถม
ง.   ข และ ค ถูก

3.อานัสเริ่มสามารถใช้เหตุผลในการตัดสินใจทำสิ่งต่างๆแสดงว่าอานัสอยู่ในช่วงใด
ก. ประถมศึกษา
ข. มัธยมต้น
ค. มัธยมปลาย
ง. ชั้นอนุบาล

4.พ่อให้แม่เหล็กแก่เด็กหญิงบีตอนแรกเด็กหญิงเอ กัดและเขย่าพอไม่นานเด็กหญิงบีปรับความเข้าใจเดิมที่มีต่อเหล็กแท่งนั้นว่าไม่ใช่ไว้ดูดกัดหรือโยนเล่น เธอเลยเอาแม่เหล็กแท่งนั้นไปดูดสิ่งของต่างๆพฤติกรรมเช่นนี้เรียกว่าอะไร
ก. การซึมซับหรือดูดซึมประสบการณ์    
ข. การปรับเปลี่ยน
ค. การถดถอย                 
ง. การแสดงพฤติกรรม

5.ทารกกัดและเขย่าของเล่น แสดงพฤติกรรมตามประสบการณ์เดิม ลักษณะเช่นนี้เรียกว่าอะไร
ก. การซึมซับหรือดูดซึมประสบการณ์   
ข. การปรับเปลี่ยน
ค. การถดถอย                
ง. การแสดงพฤติกรรม

6. เด็กในขั้นใดมักจะทำอะไรซ้ำๆบ่อยๆ
ก. ขั้นปฏิบัติการคิด                         
ข. ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม
ค. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว
ง. ขั้นปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม 

7.รุสมีเลียนแบบคุณครู เวลาอยู่บ้านจะสอนน้องโดยให้ตัวเองเป็นครู น้องเป็นนักเรียน พฤติกรรมเช่นนี้จัดอยู่ในช่วงอายุใด?
ก. แรกเกิด-2ปี                 
ข. 2-7 ปี
ค. 7- 11 ปี                     
ง. 11-15 ปี

8.เด็กจะเริ่มฟังมากกว่าได้ยิน และจะมองมากกว่าเห็น มักจะแสดงพฤติกรรมง่ายๆและทำซ้ำๆกันโดยไม่เบื่อ เช่น กำมือเข้าและเปิดออกซ้ำๆกัน เรียกขั้นนี้ว่าขั้นอะไร
ก. ขั้นพัฒนาอวัยวะเคลื่อนไหวด้านประสบการณ์เบื้องต้น
ข. ขั้นพัฒนาการประสานอวัยวะ
ค. ขั้นพัฒนาเคลื่อนไหวโดยมีจุดมุ่งหมาย      
ง. ขั้นปฏิกิริยาสะท้อน

9. ชาลีสามารถคิดแก้ปัญหาอย่างมีระบบระเบียบและมักคิดเหนือไปกว่าสิ่งที่อยู่ในปัจจุบัน ถือว่าชาลีจัดอยู่ในขั้นใด
ก. ขั้นประสาทรับรู้และการเคลื่อนไหว     
ข. ขั้นปฏิบัติการคิด
ค. ขั้นปฏิบัติการคิดด้านรูปธรรม       
ง. การปฏิบัติการคิดด้วยนามธรรม

10.ข้อใดกล่าวเกี่ยวกับเด็กระดับประถมปลายได้ถูกต้องที่สุด
ก. แนนนี่มักคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่นและใช้ภาษาติดต่อสื่อสารได้
ข. นนนี่สามารถคิดถึงองค์ประกอบต่างๆได้
ค. รินนี่สามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้โดยการใช้สัญลักษณ์
ง. มันนี่มักยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง

























เฉลย
1.  
2.  
3.  
4.  
5.  
6.  
7.  
8.  
9.  
10.







วีดีโอ





ทฤษฎีพัฒนาการเชาวน์ปัญญาของเพียเจท์ ( Piaget s Theory Of Intellectual Development )







ทฤษฎีพัฒนาการเชาวน์ปัญญาของเพียเจท์ ( Piaget s Theory Of Intellectual Development )



การประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน



การประยุกต์ใช้ในชั้นเรียน


ระดับอนุบาลและระดับประถมต้น

เด็กในวัยอนุบาลอยู่ในช่วง ( Preoperation ) เด็กสามารถเข้าใจสิ่งต่างๆได้ โดยการใช้สัญลักษณ์ การใช้ภาษายังมีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเข้าใจได้ว่า คนอื่นๆ จะมีความเห็นต่างกันอย่างไร ภาษาและความคิดของเด็กวัยนี้จะต่างจากครู  ดังนั้น ครูควรที่จะอธิบายว่า คำพูดที่เด็กพูดนั้นหมายถึงอะไร ในระหว่างวัยนี้ เด็กจะค่อยๆ มีความสามารถที่จะเริ่มมองเห็นสิ่งของได้มากกว่าหนึ่งสิ่งในเวลาเดียวกัน  เด็กจะค่อยๆ เริ่มมี ( Conservation Concept )  ซึ่งความคงตัวที่เด็กสามารถเข้าใจมากที่สุด ก็คือ เกี่ยวกับมวล ดังนั้น เด็กที่อยู่ในช่วงปลายปี ป. 1 หรือ ป. 2 จะมี (Concept) เกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งทำไห้เด็กในช่วงนี้ สามารถคิดหาเหตุผลและแก้ปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้ ซึ่งจะต่างจากวัยอนุบาล ที่ยังไม่เข้าใจเกี่ยวกับความคงตัว จึงแก้ปัญหาด้วยการรับรู้ ดังนั้น เพียเจท์ จึงกล่าวว่า ก่อนที่เด็กจะเรียนเลข จะต้องเข้าใจเกี่ยวกับกฎของ (Conservation ) เสียก่อน การเรียนเลขมิได้หมายถึงเพียงการนับได้เท่านั้น แต่จะต้องเข้า ( Concept ) ของจำนวน
ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เด็กคิดเลข




ระดับประถมปลาย

                เด็กวัยนี้สามารถคำนึงถึงความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น และสามารถใช้ภาษาติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้และเขาเชื่อว่าในวัยนี้โดยเฉพาะชั้น ป. 5, . เด็กจะเปลี่ยนจากขั้น ( Concrete มาเป็น Formal )  เมื่อเด็กมาถึงขั้น ( Formal )  แล้ว เด็กจะสามารถสร้างทฤษฎีและหาข้อสรุป โดยใช้เหตุผลเป็นพื้นฐาน โดยไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์เรื่องนั้นมาก่อน ตลอดจนสามารถแก้ปัญหาที่เป็นนามธรรมได้ สิ่งสำคัญที่ครูจะต้องคำนึง คือ ในช่วงวัยนี้ครูอาจจะต้องทำงานอยู่กับเด็กทั้งสองวัย ซึ่งเด็กวัย  ( Concrete)  และวัย Formal)  มีลักษณะแตกต่างกัน ในเวลาหนึ่งเด็กอาจจะคิดอีกอย่างหนึ่ง ดังนั้น วิธีที่ดี คือ การเปิดโอกาสให้เด็กได้อธิบายเกี่ยวกับความคิดนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสิ่งที่เป็นนามธรรม ซึ่งจะช่วยให้ครูเข้าใจความคิดต่างๆ ของเด็กได้


 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เด็กใช้ภาษา



ระดับมัธยมศึกษา

                เด็กสามารถคิดถึงองค์ประกอบต่างๆได้ เช่น ความยาวของเชือก และแรงเหวี่ยง นอกจากนั้น ยังสามารถคิดถึงความน่าจะเป็น ดังนั้น ความคิดของเพียเจท์สำหรับเด็กวัยนี้ คือ สามารถคิดเกี่ยวกับสิ่งที่เป็นนามธรรมได้ทุกเรื่องและสามารถตั้งสมมติฐานได้ นอกจากนั้น ลักษณะที่สำคัญของเด็กวัยนี้ คือ การที่เด็กจะให้ความสนใจกับสิ่งที่เป็นไปได้มากกว่าความเป็นจริง เด็กจะให้ความสำคัญกับความคิดของตนเองและคิดว่าคนอื่นๆ ก็คิดเช่นเดียวกันกับตน ด้วยเหตุนี้ในวัยนี้ กลุ่มเพื่อนจึงมีอิทธิพลต่อเด็กมาก เมื่อเด็กอยู่ในช่วงปลายๆ วัยรุ่นลักษณะเช่นนี้จะหายไป เด็กจะเริ่มรู้สึกว่าคนอื่นๆ ก็จะคำนึงถึงตนเองและปัญหาของตนเองมากกว่า

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เด็กมัธยมแก้ไขปัญหา